ผมเพิ่งโพสต์เรื่องเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย 200 อันดับแรกของโลก โดย Times Higher Education ลงในบล๊อกของผม ปีนี้มีมหาวิทยาลัยในเอเชียติดอันดับกันมากมาย โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง หรือแม้กระทั่งสิงค์โปร์และมาเลเซีย
สำหรับประเทศไทยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดอันดับที่ 138 ของโลก ร่วมกับ University of Groningen นอกนั้นไม่มีมหาวิทยาลัยอื่นๆ (รวมทั้ง ธรรมศาสตร์) ติดอันดับอยู่เลย
จึงเกิดความสงสัยว่า เออ ทำไมเราถึงไม่ติดอันดับหนอ แต่ก็คิดย้อนกลับไปก่อนทำถามนั้นด้วยว่า การติดอันดับใน 200 มหาวิทยาลัยชั้นนำนั้นจำเป็นต่อมหาวิทยาลัย (อย่างเช่นธรรมศาสตร์) หรือไม่ ?
ว่าไงกันหนอโลก..?
สังคมมองอย่างไรล่ะ
ความจริงมันแค่ตัววัด
แต่มันออกจะทุเรศนะถ้่าจะทำเพื่อให้อยู่ใน list
แต่ลืมปรัชญาการทำงานที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาตลอดเวลา
ความต่างมันอยู่ที่ปัจจุบันเป้าหมายมันสู่ระดับนานาชาติเท่านั้น
ปัจจุบันธรรมศาสตร์คิดอะไร ต้องถามผู้บริหารดู
มองได้สองแง่นะ แง่นึงคือ มหาวิทยาลัยของไทยมีมาตรฐานที่ด้อยกว่าสากล หรือการจัดอันดับไม่ได้ลงลึกกับมหาลัยไทย (เพราะส่วนมากมีแต่โปรแกรมภาคไทย ส่วนภาคอินเตอร์นั้นก็มีเพียงไม่กี่หลักสูตร แถมยังเพิ่งเริ่มด้วยซ้ำ)
เห็นว่า จำเป็นนะ เรื่องการจัดอันดับ เพราะเหมือนเป็นมาตรชี้วัดความใส่ใจขององค์กรว่ามาตรฐานนั้นเทียบกับสากลแล้ว อยู่ในลำดับที่เท่าไหร่ ต้องปรับปรุงด้านใดเพิ่มเติมบ้าง ถ้าผู้บริหารมองเพียงว่า “ก็แค่ตัววัดของฝรั่งเค้า เราไม่เห็นต้องไปสนใจเลย” ก็เหมือนอยู่แต่ในกะลา ไม่มองดูว่า benchmark ขณะนี้ ก้าวไกลไปถึงไหนแล้ว ยุคสมัยนี้ go inter เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย จะสู้กับฝรั่งเค้า ก็ต้องเข้าใจ และปรับตัวให้ทัน
คุณค่าของมหาวิทยาลัยคืออะไร ?
คุณค่าที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใครให้คุณค่า ?
การชี้วัดมาตรฐานของมหาวิทยาลัยขึ้นอยู่กับคุณภาพบัณฑิตแต่ละคนหรือตัวเลขที่บางคนยกย่อง ?
เมื่อเราแข็งแรงและมั่นใจในคุณภาพของเราก็ไม่ต้องสนใจว่าใครจะมองเราอย่างไรใช่หรือเปล่า ?
การชี้วัดทำให้เราเห็นภาพที่คนอื่นมองเราจะได้มาทบทวนตนเองบ้าง
แต่แท้จริงก็ไม่ได้อาจจะสะท้อนความเป็นเราทั้งหมดหรอก
สาธุ